บทความ

ขอโทษเรื่องการตอบคอมเม้นท์

     อุทิศบทความหนึ่งเรื่องให้แก่การแก้ตัว เอ๊ย การชี้แจงเรื่องการตอบคอมเมนท์คุณผู้อ่าน      วันสองวันที่ผ่านมา ขณะที่เข้าบล็อคโดยกะจะมาอัพเดตบทความเรื่องรวมคำศัพท์สำหรับตั้งชื่อ จู่ๆเราก็สังเกตเห็นว่า บล็อค "เขียนตามที่คิด"  มันมีสัญลักษณ์แปลกๆขึ้นมา เป็นสัญลักษณ์คำพูด  ซึ่งตอนแรกเราไม่อะไรเพราะคิดว่า  มันหมายถึงว่าบล็อคนี้เป็นบล็อคเดียวที่มีคนมาคอมเม้นท์      จู่ๆก็เอะใจ  เอ๊ะ  ไม่ใช่แฮะ  บล็อคกฎหมายกับเกมก็มีคนแสดงความเห็นเหมือนกัน  ไม่ยักขึ้นเลย  ว่าแล้วเราก็คลิกเข้าไปที่ช่องตรวจสอบคอมเม้นท์  จึงเห็นที่มาของสัญลักษณ์นั้น           คือ...ในหน้าคอมเม้นท์แบ่งเป็นสองหัวข้อ  คอมเม้นท์ที่มี  กับ  คอมเม้นท์ที่รอการกลั่นกรอง      รอการกลั่นกรอง?????!      พอคลิกเข้าไปดูเท่านั้นแหละ  เพิ่งจะทราบว่ามีความคิดเห็นจำนวนหนึ่ง(เป็นสิบๆ..มั้ง คือเยอะอ่ะ)  ที่มีผู้อ่านมาเม้นท์        แต่มันไ...

งานต้องเดินไป แม้ใจไม่พร้อม

     ใครบางคนเคยบอกไว้ว่า "เรายิ้มเราร้องไห้ง่ายดายนัก ในวัยแห่งความรักและความฝัน"  เพื่อเป็นคำอธิบายว่าในยามที่เรายังอยู่วัยแรกรุ่นนั้นน่ะ  เราช่างมีอารมณ์อ่อนไหวไปกับสิ่งรอบตัวได้ง่ายเสียจริง       แล้ววัยทำงานเล่า  เป็นวัยที่เย็นชาไร้หัวใจไปแล้วล่ะหรือ?       อยู่ซี  หัวใจยังอยู่ที่เดิมนั่นแหละ       บางที  มันอาจจะมาจากปัจจัยภายนอกที่ต่างกันก็ได้      วัยรุ่นเป็นวัยที่ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านและมีการตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวได้เต็มที่  ผลคือไม่ว่าอารมณ์อะไรจะเข้ามา  วัยรุ่นหลายคนมีแนวโน้มจะ "อิน" ไปกับมันอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน      อีกปัจจัยเสริมนั่นก็คือวัยรุ่นโดยทั่วไปเป็นวัยที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากนัก  หน้าที่หลักคือเป็นเด็กดีและตั้งใจเรียนหนังสือ  และถ้าคุณผ่านรั้วมหาวิทยาลัยมาแล้ว  คุณก็คงเข้าใจว่า  ระหว่างเรียนหนังสือนั้นมีช่วงให้ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวมากเพียงใด      บางเทอมเรียนแค่สองวัน  บ...

โสดสตอรี่ : จีบได้นะ แต่...

     ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปสักเพียงใด  โลกนี้ก็ยังมีผู้หญิงอยู่กลุ่มหนึ่ง  กลุ่มที่บอกตัวเองว่า  "ฉันจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มจีบใครก่อน..เป็นอันขาด"  หลงเหลืออยู่      ขอโสดอยู่เฉยๆดีกว่า  ว่าแบบนั้น      และไม่ว่าจะชอบใจหรือไม่  ข้อเท็จจริงก็มีว่า  ยิ่งผู้หญิง "เต็ม"  ในตัวเอง  เท่าไหร่  หล่อนก็มีแนวโน้มจะกระเหี้ยนกระหือรือในการ  "เติม"  สิ่งที่ไม่มี  น้อยลงเท่านั้น      "เต็ม"  คือ  ยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้  มีงานทำ  มีเงินใช้  มีเพื่อนดีๆ  มีความสุข      "เติม"  ในที่นี้คือ  ไขว่คว้าหาความรัก      แล้วเชื่อเถอะว่าในคนกลุ่มนี้  จะต้องมีพวกที่ถ้าหากไม่  "เลือกมาก"  ก็เป็นพวก  "ไม่ฉลาดในเรื่องความรัก"  อยู่บ้าง  ไม่มากก็น้อย      บ้างก็เป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง  หรือบางคนอาจจะเป็นทั้งสองอย่างเลยก็ได้      พวกเลือกมากนั้นมีเหตุผ...

อันนินทากาเล...

       อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ                   ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดไปกรีดหิน   แม้แต่พระปฏิมายังราคิน                           คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา          คงเป็นกลอนที่หลายคนคุ้นตากันดี  พระยาสุนทรโวหาร(สุนทรภู๋)ท่านประพันธ์ไว้นานแล้ว  แต่ดูเหมือนจะยังใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย      เชื่อว่าไม่มีใครไม่เคยถูกนินทา  แล้วก็เชื่อ  ว่าคนทั่วไปก็คงเคยมีส่วนในการนินทาคนอื่นมาบ้างไม่มากก็น้อย  ไม่เป็นคนเริ่มสนทนาเองก็เออออห่อหมกไปกับเขา  หรืออย่างน้อยที่สุด  ก็น่าจะเคยอยู่ร่วมในวงสนทนาที่มีการนินทามาบ้าง      เมื่อประมาณเดือนที่แล้วพูดคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง  เธอบอกไม่ค่อยสบายใจที่มีคนใส่ใจชีวิตของเธอและเอาไปพูดกันต่างๆนานามากเกินไป  เช่น  เธอสนิทกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งก็เอาไปเม้าท์ว่าเป็นแฟนกันทั้งๆที่มันไม่ใช่  หรือการแต...

แก้กรรม!?

     (เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)      ในฐานะแม่หมอ  หน้าที่หนึ่งที่ทำประจำเวลาดูดวงนั่นคือ  เป็นผู้ชี้กรรมให้ลูกค้า  หรือพูดง่ายๆคืออ่านจากดวงที่ผูกได้ว่า  มีจุดดีจุดเสียอย่างไร  ช่วงนี้มีเรื่องอะไรที่อาจเข้ามาบ้าง      -ตามดวงเป็นคนที่ถ้าโมโหจะปากร้ายมากต้องระวัง      -ช่วงนี้มีเกณฑ์ผิดใจกับคนรอบตัวนะ  จะทำอะไรก็ยั้งๆไว้หน่อย      -นี้ดวงความรักไม่ได้ดั่งใจนะ  ต้องทำใจไว้นิดหนึ่ง      -ตั้งแต่วันที่  ถึงวันที่  ให้ระวังอุบัติเหตุ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับ....      ฯลฯ      คำถามที่ตามมาคือ  แล้วมันมีวิธีแก้มั้ยอ่ะแม่หมอ???      มี  และ  ไม่มี      มาเรื่องกรรมที่พอแนะนำวิธีแก้ได้บ้างก่อน  หลักๆเลยก็จะพวกสิ่งที่เป็นผลโดยตรงจากการผิดศีลห้าบางข้อ  ดังนี้      -  มีกรรมประเภทสุขภาพไม่ค่อยแข็ง,  มีเกณ...

เด็กใหม่ในโลกแห่งการทำงาน

      ที่สุดแล้ว  พวกเราทุกคนก็ได้รับคำสั่งให้ออกปฏิบัติงานจริง ณ ต่างจังหวัด  ราวกับลูกนกที่ถูกพ่อแม่นกตะเพิดให้บินออกสู่โลกกว้างเอง      เราไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นเป็นเช่นไร  แต่สำหรับเรา  สามคำสั้นๆคงหนีไม่พ้น      มัน-เละ-มาก      การทำงานจริงไม่มีอะไรง่ายสักอย่าง  แม้จะเคยได้รับการอบรมและฝึกหัดมาอยู่บ้าง  แต่มันแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยเมื่อพบของจริง     ... ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กฝึกงานระยะรอผ่านโปรช่วงสามเดือน (ซึ่งหากประเมินจริงๆคงไม่ผ่าน)      ไอ้โน่นก็ผิด  ไอ้นี่ก็ลืม  รายละเอียดที่ควรใส่ไม่เขียน  รายละเอียดที่ไม่ต้องเขียนดันไม่ใส่     ...คงต้องมีคนนินทากันบ้างแหละว่า วันนี้ยายเด็กใหม่จะทำพลาดอะไรอีก      สงสารก็แต่คนที่ต้องทำงานกันเราโดยตรง  ที่ต้องคอยสอนงานต่างๆและพบว่า  ยัยนี่ไม่รู้หลายเรื่องมาก      เหนื่อยแทนเขา  ท้อใจกับตัวเอง      จริงๆตอนทำงานบริษัทเอกชน...

เคมี(ไม่)เข้ากัน

     โลกนี้มันมีจริงๆนะ  ไอ้สิ่งทีเรียกว่า  "เคมีเข้ากัน"      พูดถึง "เคมีเข้ากัน" หลายคนอาจนึกไปถึงแค่การคบหากันเป็นแฟน  ไม่จริง  ความเข้ากันของเคมีมันไม่ได้ส่งผลถึงแค่ความสัมพันธ์ระดับคู่รักหรอก  มันมีผลต่อกับทุกความสัมพันธ์ในชีวิตนั่นแหละ          ทีนี้  ข้อยกเว้นมันก็พอมีอยู่บ้าง      พวกแรก  พวกเป็นมิตรได้กับทุกคน  เคยเห็นไหมล่ะ  คนที่เข้าที่ไหนก็มักจะได้รับการต้อนรับอย่างดีเสมอ  พวกนี้มักมีเสน่ห์  หรือไม่ก็คุยเก่ง  หรือทั้งสองอย่าง  ผลคือคนรอบข้างจะรู้สึกสนิทกับเขาได้ง่ายไปหมด      ส่วนพวกหลังคือพวกตรงกันข้าม  พวกที่เกลียดโลกทั้งใบ  พวกที่ทำตัวแหวกแนวและไม่มีท่าทีที่จะเข้ากับใครให้ได้เลยสักคน  พวกนี้คนรอบข้างจะรู้สึกว่ามันเข้ากับใครไม่ได้เลย...      ...กำลังคิดว่าตัวเองเป็นคนพวกนี้รึเปล่า???      แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัว  คิดว่าอย่างไร  คนประเภทแรกก็คงรู้สึกเหมือน...