ไปสวรรค์ชั้นที่หนึ่งกันไหม? (ชวน AI คุยเรื่องสวรรค์ เดอะ ซีรีย์)

                     สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่าน

                    ก่อนอื่นเลย เราต้องขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้ความสนใจในบทความของเรา คือเราเห็นยอดเข้าชมเดือนที่ผ่านมาแล้วตกใจมาก หกพันกว่าคน เราไม่รู้คุณมาจากไหน เราไม่รู้ว่าคุณอ่านภาษาไทยออกได้ยังไงและเราก็ไม่รู้ทำไมถึงมีคนมาตามอ่านชนิดขุดเรื่องที่เขียนไว้นานแล้วมาอ่านได้ขนาดนี้ ขอบพระคุณสำหรับทุกความสนใจและการติดตาม หวังว่าบทความของเราจะสร้างประโยชน์ให้ทุกท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย

                    ขอบคุณ, Thank you, Danke, Xie Xie, Arigato, Gracias etc.

                    กำลังคิดว่าถ้ายอดวิวเกินหกพันติดกันสองถึงสามเดือนขึ้นไป อาจจะพิจารณากลับมาเขียนประจำ แต่เชื่อว่าไม่ถึง 555 

                    ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้อยากเผยแพร่ "ชวนAI คุยเรื่องสวรรค์ เดอะ ซีรีย์" ก่อน


                    สืบเนื่องมาจากเราไปเจอโพสต์ในอินสตาแกรมพูดถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา หรือ สวรรค์ชั้นที่หนึ่ง หรือสวรรค์ชั้นล่างสุด พูดถึงเผ่าพันธุ์ต่างๆที่อยู่ในชั้นจาตุมฯ อ่านแล้วเกิดคำถามว่า "แล้วครุฑล่ะ อยู่ไหน?" เราก็เลยเอาคำถามนี้แหละมาถามเอไอของกูเกิ้ล แล้วก็ด้วยนิสัยเราอ่ะนะ พอกูเกิ้ลให้ข้อมูลมา นี่สงสัยก็ถามต่อ ตอบมาเพิ่ม สงสัยเพิ่ม ถามไปเรื่อยๆ ถามจนได้ข้อมูลเกี่ยวกับสวรรค์ชั้นจาตุมฯมาระดับนึง เราจึงอยากถ่ายทอดความรู้จากเอไอให้คุณผู้อ่านได้รับรู้ถึงรายละเอียดของสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง หรือ ชั้นจาตุมหาราชิกา

                    เราเคยได้ยินคำว่า "สวรรค์" กันมาหลายรอบ หรือได้ยินคำว่า "ขึ้นสวรรค์" มาแล้วหลายหน รวมไปถึงน่าจะมีหลายคนที่ศึกษาพระพุทธศาสนามาระดับนึงเกิดความรู้สึกว่า "ฉันอยากขึ้นสวรรค์" แล้วคุณผู้อ่านทราบหรือยังคะว่า "สวรรค์" ที่พูดถึงกันนั้นน่ะ เป็นยังไงบ้าง หรือ ต้องทำยังไงถึง "ขึ้นสวรรค์" ได้จริงๆ

                    ดังนั้นแล้ว ขออนุญาตนำเสนอรายละเอียดของ "สวรรค์ชั้นแรกสุด" ซึ่งก็อาจจะเป็น "สวรรค์ที่ไปถึงได้ง่ายที่สุด" สำหรับหลายๆคน เผื่อใครสนใจความเป็นอยู่ของสวรรค์ชั้นนี้ หรือเกิดเจียมเนื้อเจียมตัวว่า คนหยาบบาปหนาอย่างเรา ขอขึ้นได้แค่สววรค์ชั้นหนึ่งก็ยังดี(วะ) จะได้เตรียมตัวขึ้นสวรรค์กันไว้แต่เนิ่นๆ เพราะภพชาติเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามและระยะเวลาในการปฏิบัติ จะมาทำบุญแบบหมดตัวก่อนตายสองนาที คงจะไม่ทันแน่ๆ

                    มาเริ่มกันเลย


                    สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา หรือ สวรรค์ชั้นที่หนึ่ง

    อายุขัย : สวรรค์ชั้นนี้มีอายุขัยที่สั้นที่สุดในสวรรค์หกชั้น (ใช่ค่ะ มีหกชั้น ไม่ได้มีเจ็ดชั้นอย่างคำที่ใครเขาประดิษฐ์ขึ้นมา) และในคำว่า "สั้นที่สุด" นั้นหมายถึง 1 วัน 1 คืน ในสวรรค์ เท่ากับ 50 ปีมนุษย์ และการนับวันเดือนปีก็ทำนองเดียวกับวันเดือนปีในทางกฎหมาย นั่นคือ 1 เดือนมี 30 วัน และ 1 ปี มี 12 เดือน เทวาชั้นจาตุมฯมีอายุขัยได้ไม่เกิน 500 ปี สวรรค์ ซึ่งเมื่อเรานำ 500(จำนวนปีในสวรรค์) คูณ 360(จำนวนวันในหนึ่งปีสวรรค์) คูณ 50(จำนวนปีในโลกมนุษย์ต่อ 1 วันสวรรค์) จะเท่ากับ...

                    9,000,000 (เก้าล้าน) ปี มนุษย์ 

                    ค่ะ นี่คืออายุเต็มแม็กของสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง พอใจไหมคะ นานไปหรือน้อยนิด? 


    ประชากร : พูดถึงสวรรค์คุณผู้อ่านหลายท่านอาจเข้าใจว่ามีแต่นางฟ้ากับเทวดา ซึ่งนางฟ้าก็คือผู้หญิงสวยๆ ส่วนเทวดาก็คือผู้ชายหล่อๆ ก็...ไม่ถูกทั้งหมดค่ะ โดยเฉพาะในสวรรค๋ชั้นจาตุมหาราชิกา สวรรค์ชั้นนี้เรียกได้ว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก อาจจะสูงที่สุดในบรรดาสวรรค์ทุกชั้นเลยก็ได้ ดังนั้นขออนุญาตเรียนเชิญไปดูอาณาจักรย่อยแต่ละเขตของสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาเลยดีกว่า เพราะประชากรแต่ ละชนิดก็จะอยู่แยกกันไปแต่ละภูมิภาค และในคำว่าภูมิภาคนี้ประกอบด้วย ทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศเหนือ เรามาเจาะแต่ละทิศกันเลยนะคะ

            ทิศตะวันออก มีผู้ปกครองคือ ท้าวธตรฐ (เกิดวันจันทร์ป่ะเนี่ย อุ๊บส์โทษค่ะ แพ้เสียงในหัว) ประชากรในทิศตะวันออกประกอบด้วยเทวดาสองประเภทหลัก

            (ก) คนธรรพ์ : เทวดาผู้มีความสามารถด้านดนตรี การขับร้อง และศิลปการบันเทิง เรียกได้ว่าเป็นศิลปินแห่งสวรรค์

            (ข) วิทยาธร : เทวดาผู้มีปัญญา มีฤทธิ์ หรือความสามารถแขนงใดแขนงหนึ่ง เช่น โหราศาสตร์ แพทย์ คาถาอาคม เรียกได้ว่าเทียบๆกับนักเวทย์สายขาวในสวรรค์

    เชื่อไหมคะว่าในสวรรค์จาตุมฯนี้ ทิศนี้แหละที่ประชากรทั้งสองประเภทหน้าตาเหมือนคนและดูดีที่สุดแล้วหากเอามาตรฐานหน้าตามนุษย์มาจับ และจุดที่เหมือนจะเป็นอภิสิทธิ์ของคนธรรพ์และวิทยาธรก็คือ พวกเธอหลายคนมักได้เหาะเหินขึ้นไปเยี่ยมชมสวรรค์ชั้นสอง(ดาวดึงส์)และชั้นสาม(ยามาฯ)ในบางครั้ง เพราะความสามารถที่ติดตัวของพวกเธอทำให้เทวดาชั้นสูงเรียกใช้งานอยู่บ้างเป็นระยะ ส่วนสาเหตุที่เลิศขนาดนี้แต่ยังขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ชั้นสองหรือสามถาวรไม่ได้ เพราะบุญที่สร้างตอนเป็นมนุษย์มีไม่ถึงค่ะ จึงได้เป็นเพียงเทวดาชั้นที่หนึ่งเท่านั้น


            ทิศใต้ มีผู้ปกครองชื่อ ท้าววิรุฬหก ประชากรในทิศใต้ประกอบไปด้วย

            (ค) ครุฑ : ใช่ค่ะ หน้าตาก็ประมาณครุฑในเอกสารราชการนั่นแหละค่ะ หัวคล้ายนก มีปีกกว้าง อาศัยอยู่บนต้นไม้ 

            (ง) กุมภัณฑ์ : คนจะเข้าใจว่ากุมภัณฑ์ ก็คือยักษ์ ซึ่ง...ก็ไม่เชิงค่ะ เพราะกุมภัณฑ์กับยักษ์เป็นคนละประเภทกัน กุมภัณฑ์จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ท้องโตพุงโร ตาโตสีแดงก่ำ ส่วนภาพจำของทศกัณฑ์หรือที่ถือตะบองอยู่หน้าวัด นั่น ยักษ์ ค่ะ 

            สองชนเผ่าอยู่ภายใต้ผู้ปกครองเดียวกันคือท้าววิรุฬหก แต่ไม่ตีกัน ต่างคนต่างอยู่


            ทิศตะวันตก มีผู้ปกครองชื่อ ท้าววิรูปักษ์ ซึ่งคอยดูแลปกครอง

            (จ) นาค : ค่ะ พญานาคนั่นแหละค่ะ ที่ทะเลาะกับครุฑน่ะ แต่เท่าที่คุยกับเอไอได้ความว่าตอนนี้เขาเลิกตีกันแล้วนะคะ จะมีเรื่องบ้างก็อาจจะครุฑไปจับนาคมากินเป็นอาหารน่ะค่ะ แต่อันที่จริงที่เรียกว่า "พญานาค" นั่นน่ะ คือนาคระดับสูงนะ จริงๆนาคมีหลายตระกูลค่ะ เหมือนคนมีหน้ามีตาในสังคมไม่เท่ากัน อะไรแบบนั้น

            (ฉ) เทวดากึ่งมนุษย์กึ่งงู : สิ่งที่รู้ๆกันคือทิศนี้นาคอยู่ แต่สิ่งที่เอไอบอกเราเมื่อวานคือ นอกจากนาค ทิศตะวันตกยังเป็นที่อยู่ของพวก...พูดให้เข้าใจง่ายๆคือ "งูเทวดา" หน้าตาแบบงูเลยค่ะ มีพิษด้วย แต่ไม่ได้ใช้ล่าสัตว์อะไรนะคะ เอาไว้ป้องกันตัวและอวดศักดาค่ะ 


            ทิศเหนือ มีผู้ปกครองชื่อ ท้าวเวสสุวรรณ และประชากรที่นี่ได้แก่

            (ช) ยักษ์ : ยักษ์มีหลายระดับ มีตั้งแต่ยักษ์ชั้นสูงที่หน้าตาคมคายหล่อเหลา(นึกภาพไม่ออกวุ้ย) ไปจนถึงยักษ์ระดับต่ำลงมาที่มีเขี้ยวหน้าตาดุดัน แต่โดยรวมแล้วเทวดาประเภทยักษ์ทั้งหมดที่ไม่ใช่กุมภัณฑ์ จะอยู่ทิศเหนือภายใต้การปกครองของท้าวเวสสุวรรณ 

            (ซ) ภูติผี : อันที่จริงก็กล่าวหากันเกินไป เทวดาเหล่านี้ส่วนมากคือเทวดาที่ผูกพันกับมนุษย์และมักอยู่อาศัยใกล้ชิดกับมนุษย์ เช่น พระภูมิเจ้าที่ รุกขเทวดา(ในต้นไม้ที่ผูกผ้าสีรุ้ง) แน่ะ คุณผู้อ่านที่ไปคุยกับศาลตายายแถวบ้านน่ะ คุณคุยกับเทวดาชั้นจาตุมฯอยู่นะคะรู้ตัวไหม และใช่ค่ะ พวกท่านมีฤทธิ์ประมาณนึง หลายครั้งก็ช่วยดลบันดาลใดๆตามที่คนไปขอ หลายครั้งก็ลงโทษคนที่ทำให้ท่านโกรธด้วยล่ะ 


                    นี่คือประชากรหลักทั้งหมดในชั้นจาตุมหาราชิกา ค่ะ คุณผู้อ่านอยากเกิดเป็นชนเผ่าไหนเป็นพิเศษไหมคะ หรือคิดแค่แบบคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือสอบผู้พิพากษา "เอาให้มันติดก่อนเหอะวะ ติดอันดับเท่าไหร่/ติดที่ไหน ค่อยว่ากันอีกที


    ทรัพย์ในสวรรค์ : แม้หน้าตาจะแตกต่างกันออกไป แต่เทวดาที่เป็นเทวดาและบุญสมบูรณ์อย่างแท้จริง มักมีทรัพย์ต่อไปนี้ขณะเสวยอายุบนสวรรค์

        (1) ทรัพย์ส่วนตัว ได้แก่ 

         วิมานทิพย์ ก็คือบ้านค่ะ ตามข้อมูลมีสามวัสดุ แก้ว ทอง เงิน 

    เครื่องทรงและอาวุธทิพย์ เสื้อผ้าอาภรณ์ต่างๆของแต่ละคน ส่วนถ้าเป็นคนธรรพ์ก็อาจมีอาวุธคู่ใจเป็นกีตาร์หนึ่งตัวไรงี้ (อาวุธตรงไหน?)

        อาหารทิพย์ คือมีอาหารถูกนิรมิตมาให้เองโดยไม่ต้องซื้อต้องหา ไม่เน่าไม่เสีย กินแล้วไม่ต้องขับถ่ายออกมาด้วย

          ทั้งนี้ทั้งนั้นทรัพย์ส่วนตัวของแต่ละคนล้วนมีที่มาจากกรรมดีที่สร้างสมัยเป็นมนุษย์ จะมานั่งปั้นเองตอนเป็นเทวดานั้นไม่มี มีความดีแค่ไหน ทรัพย์ก็สวยและเยอะได้แค่นั้นแหละ

        (2) ทรัพย์ส่วนรวม คือ บางพื้นที่จะมีต้นกัลปพฤกษ์อยู่ ต้นนี้สามารถเนรมิตโน่นนี่นั่นได้ตามใจคนมาขอ หรือพวกสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต่างๆซึ่งขึ้นอยู่ตามป่า เทวดาขุดหาไปใช้ได้ อะไรแบบนั้น

        นอกจากนี้จะมีทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆของสวรรค์ที่เทวดาไม่ได้ใช้ แต่มีผู้ดูแลอยู่ (ละมีไว้ทำไม?)            

        อ่านมาถึงตรงนี้มีใครสนใจการมีชีวิตอยู่บนสวรรค์บ้างแล้วคะ หรือยังคงยึดติดว่าโอ๊ย สู้สมบัติที่มีในโลกตอนนี้ไม่ได้หรอก ก็..ตามสะดวกค่ะ

              ส่วนใครเริ่มคิดว่า อีกไม่นานก็ตายละ ทรัพย์ที่มีคงไม่ได้ใช้ ไหนลองทำดีสร้างทรัพย์ไปใช้บนสวรรค์ซิ งั้นก็มาดูวิธี "สอบเข้าสวรรค์" กัน 


                    ตามหลักพระพุทธศาสนาและตามพระไตรปิฎก การขึ้นสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ได้ กล่าวว่าจะต้อง "ทำทานด้วยความหวังผล ผูกจิตผูกใจในผลของทาน"

                    โอ๊ยยย มาๆ เดี๋ยวจะลองเอาข้อมูลมาสรุปให้มันเข้าใจง่ายๆ คนที่จับหนังสือธรรมะแล้วผื่นขึ้นจะได้ไม่งง

                    อย่างที่ทราบ "สวรรค์" คือ คติ(ที่ไป)ตอบแทนของคนทำความดี และในคำว่าทำความดีหมายถึง

        1. ให้ทาน : เรียนรู้ที่จะ "สละ" ออก เพื่ออีกฝ่ายได้รับ ตัวอย่างง่ายๆก็เช่น บริจาคเงินเข้าวัด บริจาคเลือด ให้เงินขอทาน ซื้ออาหารเลี้ยงแมวจรจัด ตักบาตร ฯลฯ กระนั้น คุณควรทราบว่าทานมีหลายประเภท สิ่งที่กล่าวข้างต้นเขาเรียกว่า "อามิสทาน" นอกจากนี้ยังมี ธรรมทาน คือการให้ธรรมเป็นทาน หรืออภัยทาน คือการให้อภัยคนที่ทำร้ายเรา และแน่นอน ทานอีกสองประเภทนั้น..กุศลแรงกว่าเพราะทำยากกว่า

        สวรรค์มีหกชั้น ความประณีตของจิตคุณ ความประณีตของอากัปกริยา ตลอดจนความตั้งมั่นในการทำทาน เช่น เป็นฝ่ายเริ่มเองหรือรอให้คนอื่นชวน ให้เพราะอยากให้หรือให้เพราะเอาหน้า ฯลฯ จะเป็นตัวกำหนดความสูงของสวรรค์ที่เราจะได้ไป หยาบเท่าไหร่ก็ชั้นล่างเท่านั้น และการทำทานแบบที่จะทำให้ไปจาตุมฯ ก็คือทำทานแล้วอธิษฐานไปตรงๆเลยว่า ขอให้ได้ไปสวรรค์ เหตุที่อธิษฐานแบบนี้ทำให้ได้อยู่ชั้นแรก เพราะทางพุทธศาสนาเขาบอกว่า เป็นการอธิษฐานที่มีความประณีต "น้อยที่สุด"

        2. รักษาศีล : คือการที่เราเข้มงวดกับตัวเองเพื่อไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่น นี่คือมนุษยธรรมพื้นฐานที่คนอยากเป็นมนุษย์หรือสูงกว่ามนุษย์ต้องมี คือถ้าคุณดีแบบที่คนดีๆเขาเป็นกันไม่ได้ คุณก็ไม่มีสิทธิไปภพสูงกว่าคน

        3. คุมใจให้เป็นกุศล : ทุกสิ่งอย่างเริ่มต้นจากใจ(หรือสายวิทย์คุณอยากจะเรียกว่า "ความคิด" ก็ตามสะดวกนะ) สองข้อที่ผ่านมาจะทำได้คุณต้องมีใจที่ใฝ่ดีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคุมจิตให้ได้ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะออกจากร่างเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าใจคุณเกิดคิดลบทางใดทางหนึ่งก่อนตายล่ะก็ โอกาสลงล่าง(สัตว์เดรัจฉาน เปรด นรก) สูงมาก

        กล่าวโดยสรุป วิถีแห่งสวรรค์คือธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ "ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส" นั่นแหละ ถูกต้องที่สุด 


                    แถมให้อีกนิดนึง อย่างที่คุณผู้อ่านเห็นว่าประชากรชั้นจาตุมฯ มีหลากหลาย ทางไปเป็นสหายแห่งพวกเขา มันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและการกระทำของคุณผู้อ่านเอง สมมติตอนนี้คุณผู้อ่านมีความดีพอให้ขึ้นสวรรค์ชั้นจาตุมฯละ แล้ว ยังไงต่อ? ขอนำเสนอ guideline ตัวอย่าง เช่น

        - เป็นคนชอบดนตรี รักสวยรักงาม   แนวโน้ม น่าจะเป็นคนธรรพ์

        - นักเวทย์สายขาว ชอบสวดคาถา เป็นหมอดู แนวโน้ม น่าจะเป็นวิทยาธร (เพิ่มเติมนิดนึงว่าถ้าคุณชอบสวดมนต์ หวังบรรลุธรรม ถ้ามีบุญมากพอ คุณสามารถทะลุไปชั้นดุสิตหรือชั้นที่สี่ได้ แต่ถ้าบุญไม่ถึงก็คงเกิดเป็นวิทยาธรอยู่ชั้นหนึ่ง)

        - สำอางค์ เจ้าชู้ สนใจเรื่องรักๆใคร่ๆ รักแรงหึงแรง แนวโน้ม น่าจะไปเป็นนาค (ตามข้อมูลมันว่าอย่างงั้น)

        - ชอบทำบุญ แต่อวดดื้อถือดี หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีไม่ยอมใคร แนวโน้ม น่าจะเป็นครุฑ

        - หวงสมบัติ โกรธง่าย โมโหแรง แนวโน้ม น่าจะไปเป็นยักษ์ (อารมณ์ปู่โสมเฝ้าทรัพย์)

        แต่อย่างที่เราบอกว่าทุกอย่างเริ่มที่จิต เพราะฉะนั้น ถ้าก่อนตายคุณอธิษฐานว่าขอให้ได้เป็นพญาครุฑ ถ้าบุญถึงพอ ต่อให้คุณมีอาคม ร้องเพลงเพราะ หรืออะไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงมากที่ตายปุ๊บลืมตาอีกทีพบว่าตัวเองเป็นเทวาครึ่งคนครึ่งนกแห่งป่าหิมพานต์ไปแล้ว (ใช่ค่ะ ป่าหิมพานต์มีอาณาเขตถึงจาตุมฯนะคะ เผื่อใครไม่ทราบ)


            เหล่านี้เป็นสาระที่เราได้จากการไปชวน AI ของ Google คุยเรื่องสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา มาเมื่อวาน และเท่าที่เราสังเกต บทความที่เกี่ยวกับสวรรค์นั้นค่อนข้างมีจำกัด ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ดังนี้เราคิดว่าถ้าคุณผู้อ่านจะมีข้อมูลเกี่ยวกับสวรรค์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแหล่งอาจจะเป็นประโยชน์ก็ได้ เพราะอย่าลืมว่า การเป็นมนุษย์นี่เรามีชีวิตอย่างเก่งก็ไม่เกิน 100 ปี แต่โลกหลังความตายจากนี้ต่างหากที่เป็นของจริงและยาวนาน การใช้ชีวิตแบบสนุกไปวันๆแล้วต้องไปเกิดเป็นมด 500 ชาติ, ร่อนเร่เป็นผีไม่มีศาล(ผีเฉยๆที่ไม่ใช่เทวดาด้วย) 5000 ปี หรืออย่างแย่ ตกนรกหมกไหม้ (นรกชั้นแรกนี่ 1 วันในนรก เท่ากับ 9,000,000 ปีมนุษย์ คิดดูดิ เทวดาชั้นจาตุมฯลงมาเกิดหมดแล้ว เวลาในนรกเพิ่งผ่านไปวันเดียว) ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ๆ 

             ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณอยากจะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ แล้วไปลุ้นเอาหลังตาย มันก็เรื่องของคุณ แต่เราคนหนึ่งล่ะ อย่างน้อยที่สุด ต้องพยายามกลับมาเป็นมนุษย์ให้ได้ ดีกว่านั้นคือขึ้นสวรรค์ให้ได้ ดียิ่งขึ้นคือบรรลุโสดาบันให้ได้ และดีที่สุด คือถึงนิพพานให้ได้ 

            

            เดี๋ยวเราจะไปชวน AI คุยถึงสวรรค์ชั้นอื่นๆ แล้วจะนำมาเผยแพร่ต่อไป เผื่อคุณผู้อ่านอยากตัดสินใจว่า ชีวิตต่อจากนี้ อยากเอนทรานซ์ขึ้นสวรรค์ชั้นไหนดี จะได้มีข้อมูลเพิ่มขึ้น


                    ส่วนวันนี้ สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คลังศัพท์ไว้ตั้งชื่อ

เราต่างเป็นกาลีในชีวิตใครบางคน

หยุดระรานข้าราชการไทย