หยุดระรานข้าราชการไทย

                     สวัสดีค่ะ

                    มีเรื่องหนึ่งที่ทำเราโมโหมาหลายวันแล้ว เป็นข่าวจากการเมืองที่บอกว่าจะหั่นสวัสดิการต่างๆของข้าราชการ ไม่ว่าจะบำนาญ สิทธิการรักษาพยาบาล อะไรต่างๆ

                    คือ.....คุณเข้าใจความเป็นข้าราชการแค่ไหนก่อน 

                    คุณผู้อ่านคิดว่า ข้าราชการ อยู่ตรงไหนบ้างของสังคมคะ? เราจะบอกให้

    โรงเรียนรัฐบาล มหาวิทยาลัยรัฐบาล โรงพยาบาลรัฐบาล สำนักงานเขต/อำเภอ/อบต./อบจ. สถานีตำรวจ สำนักงานอัยการ ศาล ค่ายทหาร ฯลฯ

                    ถ้าคุณผู้อ่านขึ้นไปยืนที่สูงๆสักที่ เขวี้ยงหินลงมา มันต้องโดนหน่วยราชการสักแห่งแหละน่า 


                    คุณรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับข้าราชการ คุณรู้ไหมว่าหน้าฉากที่มันดูเนี้ยบๆ แต่ละหน่วยงานมีความกดดันอะไรบ้าง    

    - คุณรู้ไหมว่าผู้พิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งอาวุโสน้อยๆหลายคนเป็นโรคไม่มั่นใจในตัวเอง เพราะแต่ละครั้งที่ส่งคำพิพากษาให้อธิบดีภาคตรวจ ผู้พิพากษาผู้ใหญ่บางทีด่ากลับมาอย่างสาดเสียเทเสียเวอร์วังเกินจริง จนหลายคนตั้งคำถามกับตัวเองว่า "เราดีไม่พออีกเหรอ"

    - คุณรู้ไหมว่าอาจารย์โรงเรียนรัฐหลายแห่งอึดอัดแค่ไหนที่ไม่สามารถสอนได้เต็มที่เพราะโดนบังคับให้ทำประกันคุณภาพบ้าบอห่าเหวอะไรสักอย่าง บางทีถ้าผู้ใหญ่มาก็ต้องทิ้งเด็กในห้องไปรับรองผู้ใหญ่อีก

    - คุณรู้ไหมว่าพนักงานอัยการบางที่มาเข้าเวรได้ค่าเวรแค่หลักร้อย สวัสดิการคือมีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวใช้กันทั้งสำนักงาน

    - คุณรู้ไหมว่าหมอหลายคนต้องห่างครอบครัวห่างแฟนไปอยู่บ้านโทรมๆพื้นที่ห่างไกลเพื่อเข้าทำงานที่โรงพยาบาลตำบลเล็กๆ 

    - (อันนี้ไม่ยืนยันได้ยินมา) คุณรู้ไหมว่าตำรวจต้องหาเงินซื้อปืนเอง เพราะสำนักงานตำรวจไม่มีงบให้ (คิดว่าปืนกระบอกนึงราคาถูกเหรอ?)

    - คุณรู้ไหมว่าทหารกี่คนแล้วที่ต้องเสียชีวิต เสียอวัยวะ ไปเพื่อการปกป้องอธิปไตยของชาติ

    ฯลฯ

    - และคุณรู้ไหมว่า ข้าราชการแต่ละคนต้องอดทนทำงานเงินเริ่มต้น(ยุคนี้)15000 และต้องทำถึง 25 ปี กว่าจะได้บำนาญ ในขณะที่สส.สว.หรือนักการเมือง เข้ามานั่งไถมือถือในสภาแค่ 4 ปี ก็ได้บำนาญแล้ว เผลอๆได้เยอะกว่าข้าราชการบางคนเสียอีก (ห่านจิกเอ๊ยยย)

        คุณไม่รู้ คุณไม่เคยรู้อะไรเลย คุณจำได้แต่ว่าข้าราชการคือคนที่ใส่ชุดสีกากีและมีบำนาญ แต่คุณไม่เคยรู้เลยว่า กว่าจะถึงวันที่รับบำนาญได้ เราผ่านอะไรกันมาบ้าง 


        และถ้าคุณบอกว่าข้าราชการไร้ประโยชน์ งั้นเราจะทำให้เห็นว่า ถ้าข้าราชการทุกคนหยุดงานขึ้นมา มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

    - สมมติลูกคุณสอบติดโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา(รร.รัฐ) คุณพาลูกไปเรียน แต่ไม่มีครู ไม่มีเจ้าหน้าที่ ดังนั้นหลังส่งลูกแล้ว คุณก็เดินนะ เดินผ่านรั้วเตรียมฯเข้าจุฬาตัดตรงคณะสถาปัตย์ฯไปศาลาพระเกี้ยว ซื้อหนังสือมาสอนลูกเอาเอง แต่เอ๊อออ จุฬาก็ราชการ งั้นคุณก็ต้องไปหาหนังสือเอง จ่ายเงินเอง แล้วกลับมาสอนลูกให้ทันเวลาเรียนด้วยล่ะ

    - ลูกคนโตคุณเข้าจุฬาฯได้ อ้าว จุฬาฯก็ราชการ คุณก็ต้องทำหน้าที่เดิมนะ สอนเอง แล้วเข็มพระเกี้ยวอย่าลืมซื้อนะ ขายที่ศูนย์หนังสือจุฬา ศาลาพระเกี้ยวน่ะแหละ อะไรนะ เข็มหมด ขรกไม่มีนี่ คุณเอาเหล็กในสตอกมาตัดเองได้มั้ยล่ะ 

    - แวะสำนักงานเขตต่อบัตรประชาชนเสียหน่อย ตายล่ะ ไม่มีคนเลย ทำยังไงดี กรอกแบบฟอร์มก่อนนะ ลองเข้าไปคุ้ยๆในตู้สักตู้ดูสิ บัตรแข็งอยู่ไหน รูปถ่ายเองนะ ใช้กล้องเป็นไหม ว่าแต่ ถ่ายแล้วปริ๊นท์ยังไงละเนี่ย??? 

    - คุณขับรถไปทำงาน ผ่านสี่แยก โห เละ (ตำรวจก็ราชการไง ไม่ให้ทำงานเท่ากับไม่มีคนกำกับสี่แยกนะ) รถแย่งกันไปปรู๊ดปร๊าด เปรี้ยงง คุณโดนชน คุณลากตัวเองพะงาบๆไปโรงพยาบาลตำรวจ อ้าว ไม่มีคนเลย(หมอ พยาบาล อะไรเอยก็ขรก ไม่ให้ทำงานไง) งั้นคุณลากตัวเองขึ้นเปลแล้วหายาฉีดเองละกันนะ เก่งได้โดยไม่ต้องมีข้าราชการอยู่แล้วนี่ 

    - ว่าแล้วก็ไปฟ้องเรียกค่าเสียหายดีกว่า คุณกะเผลกตัวเองไปศาล แต่เอ๊ย ไม่มีคน (ก็ห้ามทำงานไง) คุณเขียนฟ้องเองแล้วใส่ครุยผู้พิพากษาตัดสินเองไปเลยมั้ยล่ะ (ยุ่งตายห่าน)

    - แล้วคุณก็โดนดักปล้น (โอ้โห คราวเคราะห์) พาตัวเองไปโรงพักได้ แต่ไม่มีตำรวจเลย(ตำรวจก็ขรกนะ) สุดท้ายต้องลงบันทึกประจำวันเอง แล้วก็ควานๆหาปืนหรือกุญแจมือไปจับโจรเอาเอง (จะจับได้มั้ยน่ะ?)

    - คุณเตลิดไปเรื่อยๆจนถึงจังหวัดจันทบุรี ชายแดนเชียวแหละ โน่น เขมรบุกมาโน่นแล้ว แต่ทหารไม่อยู่ (ก็ห้ามขรกทำงานไง!) งั้นคุณเข้าไปที่คลังแสงนะ หยิบอาวุธไปถล่มเขมรเอาเอง ยิงให้ถูกล่ะอย่าหันปากกระบอกปืนเข้าหาตัว เข้าใจนะ

    ฯลฯ

.......แค่คิดก็อลเวงแล้ว ชีวิตที่ไม่ให้ข้าราชการทั่วราชอาณาจักรทำงานเนี่ย.......


        อ่านมาถึงตรงนี้อาจมีคนตั้งข้อสังเกต ทำไมยัยคนเขียนรู้อะไรเยอะจัง ไม่บอกค่ะ

        เป็นความลับของราชการ!!!

        แต่ใบ้ให้ คุณคิดว่า จุฬา-connection กับ law school-connection เรื่องเล่ามันน้อยไหมล่ะ 

        ใช่ค่ะ เห็นบทความบ้าๆบอๆ บ๊องๆ เนี่ย ยัยคนเขียนจบ นิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ นะคะ สอบเข้าเองค่ะไม่ได้จับสลาก และไม่ได้โกงข้อสองแต่อย่างใดด้วย 

        และจะบอกให้นะว่า คนรุ่นเราเนี่ย จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มหิดล เกษตร ฯลฯ รับราชการตามหน่วยงานต่างๆเยอะมากนะคะ พวกเราแต่ละคนรับราชการด้วยเหตุผลแตกต่างกันออกไป บ้างพ่อแม่อยากให้เป็นข้าราชการ บ้างรับราชการเพราะอยากได้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่ บ้างมีอุดมการณ์อยากช่วยเหลือคน บ้างอยากเป็นหนึ่งในตัวแทนต่างพระเนตรพระกรรณของพระมหากษัตริย์ ฯลฯ และใช่ค่ะ พวกเราสอบเองด้วยความสามารถล้วนๆ (ไม่ล้วนก็ได้ ความสามารถส่วนหนึ่ง ไปบนตามที่ต่างๆแล้วได้ผลด้วยส่วนนึง แต่บนอย่างเดียวไม่เคยทุจริต ยืนยัน!!)

        คนเก่งๆหลายคนเลือกเป็นข้าราชการด้วยเห็นว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง ถ้าคุณจะรังแกด้วยการตัดสวัสดิการตรงนี้ทิ้ง นั่นเท่ากับคุณกำลังผลักบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานภาคเอกชนโดยตรง อุตส่าห์ทิ้งโอกาสได้เงินเดือนสองแสนมารับเงินเดือนหลักหมื่นเพื่อเก็บระยะยาว ยังจะมาทำร้ายกันอีกเหรอ

        หรือ เอาไหมล่ะ ผลักเด็กจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ผลักแพทย์รามาฯ ศิริราช เข้าเอกชนให้หมด แล้วปล่อยให้ข้าราชการเหลือแต่คนที่ แม้แต่ภาคก.ก็สอบไม่ผ่าน ต้องทุจริตเอา ให้ข้าราชการเหลือแต่คนที่ เรียนอะไรก็สอบตก เรียนอะไรก็ไม่จบ

        ไปหาหมอโรงฯบาลรัฐแล้วเจอหมอถามว่า คลอเฟกับพาราต่างกันยังไง?

        ไปทำบัตรประชาชนแล้วเจอเจ้าหน้าที่ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบัตรประชาชนหนึ่งใบมีอายุกี่ปี 

        ไปศาลแล้วเจอผู้พิพากษาที่บอกว่า แม้แต่เนติฯยังสอบไม่ผ่านเลย (เหตุการณ์สมมติ ไม่มีทางเกิดขึ้น)

        ฯลฯ

        เอาไหมล่ะ? 


        เรารู้ เรารู้ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ความเน่าเฟะของข้าราชการหลายภาคส่วนเริ่มเผยออกมา จนคนเริ่มสงสัยว่าพวกเราทำงานคุ้มค่าจ้างกันหรือเปล่า พูดกันตามตรง เราก็เห็นด้วยว่า ตรงไหนทุจริตตรงนั้นต้องจัดการให้เด็ดขาดอย่างถึงที่สุด จริงๆอยากชี้ให้เห็นว่าตรงไหนก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ยอมรับว่า ถ้าข้าราชการเลือกที่จะทุจริตแล้วล่ะก็ ความเสียหายต่อประเทศมันมากเกินจินตนาการ...จริง

        ใครทุจริตต้องจัดการค่ะ ก่อนจะทำข้าราชการน้ำดีซวยไปด้วย

        จะว่าไป การที่คนทั่วไปเห็นว่าตรงนั้นก็ทุจริต ตรงนี้ก็ทุจริต แล้วจะเหมาเข่งว่าข้าราชการทั่วประเทศเลี้ยงเสียข้าวสุกเนี่ย นี่ก็ถือได้ว่าข้าราชการปกติแบบยัยคนเขียนซวยไปด้วยแล้วนะเนี่ย โอ๊ย ปวดหัวววว


        ถ้าคุณคิดว่าค่าจ้างเลี้ยงคนของรัฐมันเปลืองนัก ทำไมไม่เริ่มตัดจากหน่วยที่...ก็รู้ๆกันอยู่ว่าเข้ามาก็ทุจริตเยอะกว่าชาวบ้าน เช่น นักการเมือง ก่อน ทุกวันนี้เรายังโกรธอยู่เลยนะ เข้ามาสี่ปีได้บำนาญเนี่ย เงินเดือนก็เยอะกว่าข้าราชการทั่วไปร้อยเท่าพันทวี ส่วนประโยชน์ที่เห็นเป็นที่ประจักษ์นั้น...
        ...ก็รู้ๆกันอยู่...

        หรืออีกที อยากลดค่าใช้จ่ายใช่ไหม แก้กฎหมายมั้ยล่ะ ลดอายุงานลง ให้ข้าราชการทุกคนทำงานแค่(สมมตินะ) 15 ปี ก็มีสิทธิได้บำนาญแล้ว และให้ข้าราชเกษียณก่อนกำหนดได้ตั้งแต่อายุ 45 ปี ขึ้นไป เราจะรีบตอบแทนบุญคุณนี้ด้วยการเกษียณเลยทันทีที่อายุถึง ทุกวันนี้เราอยากออกจะแย่อยู่แล้ว คุณกำลังทำประโยชน์ให้เราด้วยการลดเวลาทำงานเราจากสิบกว่าปีเป็นไม่ถึงสิบปีเลยนะ 

        แต่ก็เตรียมใจไว้หน่อย ถ้าหลักเกณฑ์นี้ออกมาเมื่อไหร่ล่ะก็ แน่ใจได้เลยว่ากว่าครึ่งของคนที่กระโดดรับทันที คือข้าราชการน้ำดีคนขยัน ส่วนพวกเช้าชามเย็นชามน่ะคงจะเกาะเก้าอี้แน่นรอ 60 ชัวร์ๆ ก็มีแต่คนทำงานจริงจังเท่านั้นแหละที่เหนื่อยกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาน่ะ หรือมิใช่? 


        ทุกภาคส่วนล้วนมีปัญหาของตัวเองค่ะ แต่ละหน่วยงานมีบริบทที่แตกต่างกันออกไป การเหมารวมเข่งไปเลยว่าข้าราชการไทยคือที่มาของปัญหา แล้วหาเรื่องจะริบสิทธิที่เราพึงมีออกนั้น นอกจากไม่ใช่วิธีแก้ที่ถูกต้องแล้ว ยังก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างไม่สิ้นสุด ทั้งไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถตลอดมา และต้องไม่ลืมนะว่า ข้าราชการนี่แหละที่เสียภาษีตรงเวลาที่สุดหน่วยหนึ่งเพราะโดนหักเงินเดือนทันทีที่ออกก่อนจะเข้าบัญชีให้พวกเราแต่ละคน  

          ในเมื่อนักการเมืองโกงกินยังมีบำนาญได้ทั้งที่ทำงานแค่ 4 ปี

          ในเมื่อต่างด้าวมาทำมาหากินก็ยังเก็บภาษีบ้างไม่เก็บบ้าง

          ฯลฯ

          จะมาลงกับข้าราชการอย่างเดียว เราว่า มันไม่ถูกต้อง


         การงานที่ทำทุกวันนี้มันก็เครียดจนอยากจะหายไปจากโลกอยู่แล้ว อย่าทำร้ายกันมากไปกว่านี้เลยนะคะ


        ขอวิงวอน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คลังศัพท์ไว้ตั้งชื่อ

เราต่างเป็นกาลีในชีวิตใครบางคน

กัมพูชาคือ "ยิว" เวอร์ชั่น "กาก" แห่งเอเชียอาคเนย์