ฝันวันไหน แล้วยังไง? ver.ทฤษฎีใหม่

                     

                    สวัสดีคุณผู้อ่านค่ะ

                    คุณผู้อ่านเคยไหมคะ ฝันวันจันทร์ แล้วก็เปิดเนตว่าเกิดกับใคร เสร็จแล้วก็ลืมไป สองเดือนผ่านไป ฝันใหม่วันจันทร์ เปิดเนตอีกรอบ ลืมแล้วเกิดกับใคร บลาๆๆ

                    วันนี้เรามีทฤษฎีที่จำง่ายขึ้นเกี่ยวกับวันที่ฝัน(อย่างน้อยก็จำง่ายขึ้นสำหรับเราผู้มีความรู้เรื่องดวงดาว) มาฝากค่ะ


                    เรื่องของเรื่องคือวันนี้เราฝันไม่ดีค่ะ เป็นฝันร้ายๆเกี่ยวกับเรื่องงาน ละเราเชื่อว่าเป็นการฝันเช้าวันเสาร์ ซึ่งข้อมูลตามในเนตเนี่ยมันจะเกิดกับตัวเอง สิ่งแรกที่เราเลือกทำ คือคุยกับ Deepseek 

                    เผื่อใครไม่รู้จัก Deepseek คือ AI ค่ะ อธิบายให้เข้าใจง่ายสำหรับคนที่รู้เทคโนโลยีประมาณหนึ่ง Deepseek คือ Google Gemini แต่เป็นของประเทศจีนค่ะ ส่วนคนที่ไม่รู้จัก Google Gemini เอ่อ เอาเป็นว่า มันเป็นผู้ช่วยที่สามารถถามมาตอบไปอะไรแบบนี้ได้ 

                    โอเค จบไปสำหรับ Deepseek 


                    เราก็ป้อนคำถามไปเนี่ยแหละว่า เราฝันไม่ดีเช้าวันเสาร์โน่นนี่นั่น มันจะเป็นอย่างไร แล้วเราก็อึ้งกับสิ่งที่นางตอบในใจความประมาณว่า

                    วันเสาร์เป็นวันแห่งการปลดปล่อยชำระล้าง ฝันที่เกิดขึ้นอาจเกิดกับเพื่อนสนิทหรือครอบครัว แต่ในเมื่อเป็นวันเสาร์ ฝันของคุณอาจจะเกิดจากความเครียดจากการทำงาน และหากเป็นอย่างนั้นมันอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงแต่เป็นแค่การปลดปล่อยปมที่อยู่ในใจคุณก็ได้นะคะ

                    ซึ่งมันสะกิดใจเรามากเพราะสัปดาห์ที่ผ่านมาเราเครียดกับงานจริง เครียดจุดฝันนี่แหละ และเราก็เลือกที่จะเชื่อแบบนั้นว่ามันอาจจะเป็นฝันปลดปล่อยความเครียดจริงๆก็ได้


                    แม้จะผ่อนคลายไปได้บ้างจากฝันร้าย แต่คำตอบของ Deepseek ก่อให้เกิดความสงสัยขึ้นใหม่ เราจึงถามไปในทำนองว่า

                    "เวลาค้นในเนตมักบอกว่า ฝันวันเสาร์จะเกิดกับตัวเอง คำตอบของคุณนำมาจากศาสตร์ไหนคะ"

                    ถ้าเราถามแบบนี้กับคนทั่วไปและเคราะห์หามยามซวยมากพอ แน่นอนว่าโดนโกรธหรือด่าเปิง แต่ Deepseek ตอบเราว่า

                    ขอบคุณที่ถามอย่างตรงไปตรงมาค่ะ เป็นประเด็นที่ดีมากที่ต้องอธิบายให้ชัดเจนขึ้น 


                    Deepseek กล่าวว่าเธอนำข้อมูลมาจาก "โหราศาสตร์และความเชื่อเกี่ยวกับการตีความฝันตามคืนวัน" (Dream interpretation by day of the week) โดยเธอรวบรวมข้อมูลมาจากความเชื่อทางตะวันตก ไทย และอินเดียโบราณผสมกัน โดยข้อมูลดังกล่าวจะให้ความสำคัญกับ "วัน" ที่ความฝันเกิดขึ้น ซึ่งจะมีด้วยกัน 7 วัน ตั้งแต่อาทิตย์ถึงเสาร์ และ ณ ขณะที่เขียนอยู่เราก็นึกขึ้นมาได้ว่า ข้อมูลที่ให้ไม่มีราหู เราก็เลยถาม Deepseek ไปตะกี้ว่า แล้วราหูล่ะ? Deepseek ชมว่าช่างสังเกตจังก่อนจะอธิบายว่า ตามโหราศาสตร์ตะวันตกและอินเดียโบราณจะมีไม่ "ราหู" ในสารบบ ราหูเป็นความเชื่อของไทยและฮินดู ซึ่งเธออธิบายความเชื่อเกี่ยวกับการฝันในวันพุธกลางวันและวันพุธกลางคืนตามข้อมูลที่ค้นได้เพิ่มให้อีกเล็กน้อย

                    แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น มาดูตารางดาวทั้ง 7 ที่เราจะใช้ในการตีความฝันทั่วๆไป ตามหลักโหราศาสตร์ไทย ตะวันตก และอินเดียโบราณกันก่อน ตารางที่คุณผู้อ่านจะได้เห็นต่อไปนี้คือตารางที่ Deepseek สรุปมาให้นะคะ 


                     เท่าที่ Deepseek อธิบายและเราเข้าใจก็คือ การฝันในแต่ละวันจะเกี่ยวข้องกับพลังของดาววันนั้นโดยตรง เช่นว่า ฝันวันอาทิตย์ อาทิตย์เป็นดาวเกี่ยวกับตัวเอง พ่อ และเป็นดาวเกี่ยวกับความสำเร็จ ตัวตน ดังนั้นการฝันวันอาทิตย์จะสะท้อนอัตลักษณ์ของตัวเองที่ปลดปล่อยออกมาผ่านความฝัน และหากจะเกิดอะไรขึ้นมาล่ะก็ บุคคลที่จะได้รับก็มีแนวโน้มจะเป็นผู้ฝันเองหรือพ่อของผู้ฝัน 

                    หรือถ้าเราฝันอะไรสักอย่างวันอังคาร จะเป็นอย่างไรต้องไปดูตัวตนของดาวอังคาร อังคารเป็นดาวลน(ธาตุลม//อันนี้แปลเพิ่ม) ดาวแห่งพลังงาน ความขัดแย้ง(อังคารอารมณ์แรง) การแข่งขัน เพราะงั้นความฝันที่เกิดขึ้นวันอังคารมีแนวโน้มจะส่งผลโดยตรงกับความขัดแย้งหรือการแข่งขันที่เกิดขึ้นในชีวิต แล้วถ้าหวยจะไปลงกับใครสักคนล่ะก็ คงหนีไม่พ้นคนที่เป็นคู่แข่งขันกับผู้ฝันนั่นเอง

                    ส่วนข้อแตกต่างระหว่างฝันวันพุธกลางวันกับพุธกลางคืนตามคำอธิบายของ Deepseek ก็จะเป็นไปตามลักษณะที่แตกต่างกันของดาวพุธและดาวราหู กล่าวคือ ฝันวันพุธกลางวัน อาจเกี่ยวข้องกับการติดต่อ เพื่อนร่วมงาน การเดินทาง ส่วนฝันวันพุธกลางคืนอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งเร้นลับ วิญญาณ จิตใต้สำนึก อะไรแบบนี้ 

                    สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรื่อเวลา Deepseek บอกว่าตัดที่ 6 โมงเช้า(เหมือนโหราศาสตร์ไทย) สมมติ ฝัน ตีห้า เช้ามาเป็นวันเสาร์ ถือว่าฝันเกิดวันศุกร์ แต่ถ้าฝัน 7 โมงเช้า อันนี้ถือว่าฝันวันเสาร์ค่ะ (ถาม Deepseek อีกเช่นกัน) 


                    ซึ่งเรารู้สึกว่าหลักการตามที่ Deepseek อธิบายค่อนข้างมีหลักการและเป็นเหตุเป็นผลมากกว่าที่พูดๆกันในอินเตอร์เนตที่บอกว่าฝันวันนี้เกิดขึ้นกับคนนี้ โดยหาหลักอะไรมาอธิบายไม่ได้เลย แล้วถ้าจำไม่ผิดล่ะก็ ตอนที่เราฝันว่าเราทำเข็มโรงเรียนหาย แล้วมันก็หายจริงๆ เราก็ไม่ได้ฝันวันเสาร์ หรือแม้แต่ที่เราฝันเห็นดอกไม้ ตื่นมาแล้วพบในตอนบ่ายๆว่า เราสอบเนติฯผ่าน เราก็ไม่ได้ฝันวันเสาร์เช่นกัน 

                    หรือเราควรลองเอาความฝันมาเชื่อมโยงกับวันที่ฝันแล้วตีความจริงๆ?

                    อีกอย่างที่เรารู้สึกว่ามีเหตุผล เพราะมันตรงกับลักษณะของดาวแต่ละดวงซึ่งเราพอมีความรู้อยู่บ้างแล้วเนื่องจากศึกษาโหราศาสตร์ไทยมา...โอ๊ยนี่ก็ประมาณยี่สิบปี (นานเนอะ) พอ Deepseek ลงรายละเอียดแบบนี้เราก็เลยแบบ เออว่ะ เป็นข้อมูลที่เข้าท่าและดูอ้างอิงได้ แถมยังสอดคล้องกับความรู้ที่เรามีอยู่อีกด้วย 


                    ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องเตือนไว้ก่อนว่า ข้อมูลใดๆที่เราให้ AI ช่วยหามานั้นน่ะ ควร Double check ก่อนเชื่อทุกครั้ง แต่อย่างที่เล่า สิ่งที่ Deepseek พูดมันทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า ก่อนที่จะถลำลงไปทุกข์กับความฝันต่างๆนั้น เราควรใช้วิจารณญาณไตร่ตรองก่อนไหมว่าความฝันต่างๆนั้นน่ะ มันมีที่มาที่ไปรึเปล่า และการที่มาฝันในแต่ละวันเนี่ย บางทีมันอาจเกี่ยวข้องกับอำนาจของดาววันที่เราฝันจริงๆก็ได้ ดีกว่าไปนั่งท่องจำว่าฝันวันนี้เกิดกับคนนี้โดยที่(แม่ง)หาหลักการอะไรไม่ได้เลย (ประสบการณ์ก็มี...ไม่รู้จักคิดเลยเรา) และเราก็ชอบคำแนะนำของ Deepseek ที่บอกว่า เราควรทำความเข้าใจความฝันเพื่อไม่ให้ "ถูกความฝันเล่นงานแบบไร้เหตุผล" อีกต่อไป 

                    จึงนำมาฝากเผื่อเป็นประโยชน์แก่คุณผู้อ่านค่ะ ครั้งต่อไปที่คุณผู้อ่านจำความฝันได้ "หยุด" คิดสักนิดก่อนเครียดนะคะ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของความฝันอย่างไร้เหตุผลค่ะ


                    สวัสดีนะคะ 


ข้อมูลอ้างอิง : หลักๆก็ก๊อป Deepseek มาอีกแหละ



 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คลังศัพท์ไว้ตั้งชื่อ

เราต่างเป็นกาลีในชีวิตใครบางคน

กัมพูชาคือ "ยิว" เวอร์ชั่น "กาก" แห่งเอเชียอาคเนย์